Group II Base Oil เป็นต้นเหตุของ Varnish จริงหรือไม่?

Varnish ไม่ควรถูกอธิบายด้วย Base Oil Group เพียงตัวเดียว เพราะ Finished Lubricant Performance และ Operating Condition มีบทบาทร่วมกัน

ปัญหาที่ลูกค้ามักพบเมื่อเกิด Varnish ใน Turbine มักมีคำถามว่า “เป็นเพราะเปลี่ยนจาก Group I มาใช้ Group II หรือไม่?” ความเชื่อนี้เกิดขึ้นได้เพราะช่วงเวลาที่ Group II แพร่หลายใกล้เคียงกับช่วงที่อุตสาหกรรมเริ่มให้ความสนใจกับ Varnish มากขึ้น แต่ความสัมพันธ์ทางเวลาไม่ได้หมายความว่า Group II เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

Technical Explanation

Group I กับ Solvency - Group I มี Aromatic Content มากกว่าและมี Solvency สูงกว่า จึงสามารถรักษาผลิตภัณฑ์การเสื่อมสภาพบางส่วนให้อยู่ในสารละลายได้มากกว่า

Group II/III กับ Oxidation Stability - Group II และ Group III มีความบริสุทธิ์สูงและโดยทั่วไปมี Oxidation Stability ดีขึ้น แต่ Solvency อาจต่ำกว่า Group I จึงเกิดข้อสังเกตว่าเมื่อมี Degradation Products เกิดขึ้น สารเหล่านี้อาจตกออกจากน้ำมันได้ง่ายกว่าในบางสภาวะ

ต้องมองทั้ง “สร้าง” และ “ละลาย” - การประเมิน Varnish ต้องดูสองเรื่องพร้อมกัน คือ น้ำมันสร้าง Degradation Products เร็วเพียงใด และน้ำมันสามารถรักษาสารเหล่านั้นให้อยู่ใน Solution ได้ดีเพียงใด

Finished Lubricant สำคัญกว่า Base Oil Group เพียงอย่างเดียว - Turbine Oil มีทั้ง Base Oil, Antioxidants และ Additives ต่าง ๆ Deposit Tendency จึงขึ้นอยู่กับสูตรโดยรวม รวมถึง Thermal Stability, Antioxidant Chemistry, Air Release, Water Separability และ Operating Condition

ผลกระทบต่อเครื่องจักร

แนวทางที่ควรพิจารณา

SUTAIYO & Lubefix ช่วยอะไรได้บ้าง?SUTAIYO สามารถช่วยประเมิน Mobil Lubricants จาก Performance Requirement ของเครื่องจักร ไม่ใช่เพียง Base Oil Group หรือ ISO VG พร้อมพิจารณาความเข้ากันได้กับระบบเดิม ส่วน Lubefix สามารถสนับสนุนงานเตรียมระบบ เช่น Oil Drain, Filtration, Rinsing หรือ Flushing เมื่อมีความจำเป็นก่อนเติมน้ำมันใหม่

 

Benefit - ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ• ลดความเสี่ยงจากการเลือก Lubricant ด้วยข้อมูลไม่ครบ• ช่วยให้น้ำมันใหม่เริ่มต้นในระบบที่เหมาะสม• เพิ่มโอกาสให้น้ำมันทำงานได้ตาม Performance ที่ต้องการ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม?
ติดต่อสุไทโย

← กลับไปยัง Knowledges